11/2/10

ชาวคำเขื่อนแก้วมีมติรับรองให้ก่อสร้างถนน๔เลน






วันที่ 2 พฤศจิกายน 2553:ชาวคำเขื่อนแก้วมีมติรับรองให้ก่อสร้างถนน๔เลน : ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง ไปพร้อมกับ นายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว เข้าร่วม ประชุมประชาคมรับฟังความคิดเห็นประชาชน หน่วยงาน องค์กร ต่างๆ โครงการการก่อสร้างถนน ๔ ช่องจราจร เสน้นทางหมายเลข ๒๓ ช่วง จาก บ้านตาดทอง ถึง อำเภอคำเขื่อนแก้ว ประธาน การประชุม โดย ท่าน ภัครธรณ์ เทียนไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ดำเนินการโดย แขวงการทางจังหวัดยโสธร และ สำนักทางหลวงมหาสารคาม โดย การประชาคมครั้งนี้ นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว ได้ เชิญชวนให้ ประชาชน หน่วยงาน องค์กร ต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น เสนอแนะประกอบการก่อสร้างทางหลวงเส้นนี้ ทั้งนี้ มุงหวังจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด … ทั้งนี้ ที่ประชุมต่างเสนอแนะด้วยความเห็นดี มีประโยชน์ต่อการนำไปประกอบการก่อสร้างต่อไป อาทิเสนอแนะดังนี้ ให้ ก่อสร้างเป็น ๒ เส้นทางแยกจากกัน โดยมี คลองระบายน้ำคั่นกลาง ( ไม่เอาแบบมีเกาะกลางถนน) ในเขตชุมชน อำเภอคำเขื่อนแก้ว ให้ก่อสร้างเป็นแบบ เกาะสี ไม่ต้องมีเกาะกลางถนน เพราะ สามารถใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆได้สะดวก มากกว่า เช่น สามารถตั้งเต็นท์ ได้หากมีงาน หรือกิจกรรมต่างๆ หรือ สามารถแบ่งช่องทางจราจร ทั้งสองข้างจัดกิจกรรมต่างๆได้ในโอกาสต่างๆโดยไม่ต้องปิดถนนเป็นต้น
... ที่ประชุม จำนวน กว่า ๕๐๐คน มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ก่อสร้างเส้นทางนี้ได้ โดย นายธงชัย ขลิบทอง รองผู้อำนวยการฯฝ่ายปฏิบัติการ นายสมเจตน์ เขื่อนเพชร รองผู้อำนวยการฯฝ่ายวิศวกรรม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การก่อสร้างจะใช้งบประมาณ ผูกพัน ๓ ปี ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ รวม ๔๘๐ ล้านบาท
... ทั้งนี้ ผมทราบข้อมูล จากท่านวัชราภรณ์ อรจันทร์ เลขา สส.รณ ฤทธิชัย คานเขต ว่า ถนนเส้นนี้ ต้องขอบพระคุณ สส.ยโสธร เขต ๑ โดย สส.รณ ฤทธิชัย คานเขต นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ หรือที่เรียกขานของคนใกล้ชิดว่า "บ็อบบี้ สส.พิกิฎ ศรีชนะ สส.ยโสธร เขต ๒ ที่ร่วมกัน ประสานงานจนได้รับอนุมัติ จากรัฐบาล ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดย ฯพณฯโสภณ ซารัมย์ อนุมัติงบประมาณสนับสนุนโครงการก่อสร้างเส้นทางดังกล่าว...

ชาวคำเขื่อนแก้วยึดมั่นในวาระงานศพปลอดเหล้า







วันที่ 2 พฤศจิกายน 2553: ชาวคำเขื่อนแก้วยึดมั่นในวาระงานศพปลอดเหล้า : ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง ไปพร้อมกับ นายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว เข้าร่วม ประชุม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ณ หอประชุมอำเภอคำเขื่อนแก้ว ปรธานการประชุม โดย นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อน หัวหน้าส่วนราชการอื่นๆ ที่ร่วมประชุม ประกอบด้วย นายสุพิช สามารถ ปลัดอำเภอ(อาวุโส)อำเภอคำเขื่อนแก้ว นางสาวพรทิพย์ จันทะพา พัฒนาการอำเภอคำเขื่อนแก้ว ท่านปุณยวีร์ มาลัย วัฒนธรรมอำเภอคำเขื่อนแก้ว
ท่านถวิล เศษบุบผา เกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้ว ท่านวัชราภรณ์ อรจันทร์ เลขา สส.รณ ฤทธิชัย คานเขต สส.ยโสธร เขต ๑
....หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ที่ร่วมประชาสัมพันธ์ ผลงานประจำเดือนนี้ ได้รับเกียรติจาก ท่าน ปรีชา อินทรชาธร จัดหางานจังหวัดยโสธร
...เรื่องจากที่ประชุม ที่ ประทับใจประจำเดือนนี้
เรื่องที่ ๑. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีมติสนับสนุนการสร้าง พระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐาน ณ บริเวณ หน้า ศูนย์ราชการ อำเภอคำเขื่อนแก้ว ของเรา เพื่อเป็นเกียรติประวัติ และเป็นสิริมงคล แก่ประชาชน อำเภอคำเขื่อนแก้ว เนื่องในโอกาส การครบรอบ ๑๐๐ ปี การสถาปนา อำเภอคำเขื่อนแก้ว
เรื่องที่ ๒ เดือนนี้ เป็นเดือนแรก ที่ รัฐบาล ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อนุมัติจ่ายค่าตอบแทน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ให้ 100% นั่น หมายถึงว่า ค่าตอบแทน กำนัน ปรับ จาก เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นเป็น ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้าน ปรับ จาก เดือนละ ๔,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นเป็น ๘,๐๐๐ บาท สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลปรับ จาก เดือนละ ๒,๕๐๐ บาท เพิ่มขึ้นเป็น ๕,๐๐๐ บาท ( ตามระเบียบด้านล่าง)
เรื่องที่ ๓ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ได้มีมาตรการเตรียมความพร้อม รองรับ อุทกภัย จากลำน้ำชี ซึง ขณะ นี้ น้ำ จากลำน้ำชี เลยเขต อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคามมาแล้ว
เรื่องที่ ๔ ขอแสดงความชื่นชมและประทับใจกับการช่วยเหลือกิจกรรม เหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร ด้วยการบริจาคโลหิต ถึง ๓๒ ครั้ง ได้รับ เสื้อสมารถ จาก นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว เดือนนี้มี ๒ คน ประกอบด้วย นาย ประสิทธิ์ เกื้อกูล ผู้ใหญ่บ้านบ้านคำม่วง หมู่ที่ ๗ ตำบลย่อ และ นายสมศักดิ์ กลมเกลียว บ้านหนองเสียว หมู่ที่๑๐ ตำบลกู่จาน
เรื่องที่ ๕ ขอแสดงความชื่นชมและประทับใจกับ หมู่บ้าน ๓ บ้านนี้ที่ได้รับ เสื้อสมารถ จาก นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว ในกิจกรรม เชิญชวนประชาชนมาร่วม การช่วยเหลือกิจกรรม เหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร บริจาคโลหิตครั้งที่ผ่านมาได้ดีเยี่ยม ประกอบด้วย บ้านนาโพธิ์ หมู่ที่ ๓ ตำบลกุดกุง ผลงาน ท่านกำนัน นิยม สร้อยหล้า กำนัน ตำบลกุดกุง และคณะ บ้านแคนน้อย หมู่ที่ ๑ ตำบลแคนน้อย ผลงาน ท่าน เวียงจันทร์ แสนสิม และคณะ บ้านหนองเทา หมู่ที่ ๔ ตำบลนาแก ผลงาน ท่านกำนัน ณรงค์ วงศ์ศิริ กำนัน ตำบลนาแกและคณะ
เรื่องที่ ๖ ชื่นชม นายฉัตรชัย หอกคำ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองแวง หมู่ที่ ๑ ตำบลเหล่าไฮ และผู้ช่วยผู้ใหย่บ้าน ที่ ดูแลบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ราษฎร ช่วยเหลือ จับกุม ผู้ร้าย ที่จะข่มขืนหญิงสาวในหมู่บ้าน จนตนเองต้องได้รับบาดเจ็บ..
เรื่องที่ ๗ ที่ประชุม มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นด้วย ที่จะคง การปฏิบัติตามมติประชาคมวาระคำเขื่อนแก้ว งานสพปลอดเหล้า ต่อไป ในทุกหมู่บ้าน ทุกหลังคาเรือน
.... ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2552 มีการประกาศใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนตำแหน่ง และเงินอื่น ๆ ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2552 ในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้วันที่ 11 กันยายน 2552 โดยมีสาระสำคัญคือ การเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นในอัตรา ดังนี้
(1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553
(ก) กำนัน ให้จ่ายเดือนละ 7,500 บาท
(ข) ผู้ใหญ่บ้าน ให้จ่ายเดือนละ 6,000 บาท
(ค) แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ให้จ่ายเดือนละ 3,750 บาท
(2) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2553 เป็นต้นไป
(ก) กำนัน ให้จ่ายเดือนละ 10,000 บาท
(ข) ผู้ใหญ่บ้าน ให้จ่ายเดือนละ 8,000 บาท
(ค) แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ให้จ่ายเดือนละ 5,000 บาท ประกาศ ณ วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย

11/1/10

50,467บาทกองทุนวันปิยมหาราชอำเภอคำเขื่อนแก้วปี ๒๕๕๓










วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553: 50,467บาทกองทุนวันปิยมหาราชอำเภอคำเขื่อนแก้วปี ๒๕๕๓: จากการเข้าร่วม ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ อำเภอคำเขื่อนแก้ว ครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๓วันจันทร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ น.ณ ห้องประชุมอำเภอคำเขื่อนแก้ว ที่ว่าการอำเภอคำเขื่อนแก้ว (ชั้น ๒) ประธานการประชุม โดย นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง มีโอกาสได้รับทราบ รายนามผู้บริจาคเงินสมทบ "กองทุนวันปิยมหาราชอำเภอคำเขื่อนแก้ว" ประจำปี 2553 จากการจัดงาน ถวายราชสักการะ งานวันปิยะมหาราช วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ได้ทุนทรัพย์ จำนวน ถึง 50,467 บาท ห้าหมื่นสี่ร้อยหกสิบเจ็ดบาทถ้วน ซึ่ง ที่ประชุม มีมติ ให้นำไปใช้ สำหรับ สาธารณะประโยชน์ ดังนี้
มอบทุนการศึกษา สำหรับเด้กระดับประถมศึกษา มอบทุนการศึกษา สำหรับเด้กระดับมัธยมศึกษา มอบทุนการศึกษา สำหรับ พระภิกษุ สามเณร ส่วนที่เหลือ เข้ากองทุน สำหรับ สร้าง พระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐาน ณ บริเวณ หน้า ศูนย์ราชการ อำเภอคำเขื่อนแก้ว ของเรา ตามมติที่ประชุมต่อไป
ซึ่ง กระผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง ขอบันทึก ถึง คุณงาม ความดี ของบุคคล องค์ กรที่เกี่ยวข้อง ไว้เป็นเกียรติประวัติ ตราบชั่วลูกหลานต่อไป ให้ได้รับทราบดังนี้
นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว นายสุพิช สามารถ ปลัดอำเภอ(อาวุโส)อำเภอคำเขื่อนแก้ว และคณะจาก ที่ทำการปกครองอำเภอคำเขื่อนแก้ว 3,000 บาท
ท่าน ท่านชวดล เพ็ญชรี ผู้อำนวยการโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์
และคณะจาก โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ 7,600 บาท
นายประพนธ์ โตจำเริญ นายกเทศมนตรีตำบลคำเขื่อนแก้วและคณะจากเทศบาลตำบลคำเขื่อนแก้ว 5,920 บาท
นายวิทยา เพชรรัตน์ และคณะจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว 2,000 บาท
ท่านสุดชาดา เศรษฐาพงศ์ ผู้จัดการ ธนาคารออมสินสาขาคำเขื่อนแก้ว
และคณะจาก ธนาคารออมสิน สาขาคำเขื่อนแก้ว 2,000 บาท
ท่านอนุสรณ์ นาเวียง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต ). กู่จาน
และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลกู่จาน 1,500 บาท
พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ สุขเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคำเขื่อนแก้ว
และคณะจาก สถานีตำรวจภูธรคำเขื่อนแก้ว 1,400 บาท
ท่านวรรณี ละหุ่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต ). เหล่าไฮ
และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าไฮ 1,390 บาท
นายสมพร แสงกล้า และคณะจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลนาคำ 1,000 บาท
และคณะจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลโพนทัน 1,000 บาท
ท่านเชษฐ์ เลิศเสรี ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาคำเขื่อนแก้ว
และคณะจาก ธ.ก.ส. สาขาคำเขื่อนแก้ว 1,000 บาท
อาจารย์ อัมพร ศรีแสน (รร.อนุบาลลุมพุกวันครู 2503) 1,000 บาท
นพ.จักราวุธ จุฑาสงฆ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว
และคณะจาก โรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว 1,000 บาท
นางกรรณิการ์ รอบคอบ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอคำเขื่อนแก้ว
และคณะจาก ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ.คำเขื่อนแก้ว 1,000 บาท
ท่านถวิล เศษบุบผา เกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้ว
และคณะจาก สำนักงานเกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้ว 1,000 บาท
ท่านสินอุดม ศิลารักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต . ) ดงแคนใหญ่
และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลดงแคนใหญ่ 1,000 บาท
ท่าน บุญจันทร์ สืบวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต ). ดงเจริญ
และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลดงเจริญ 1,000 บาท
ท่าน ภานุมาศ แก้วพิลึก นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต ). นาคำ
และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลนาคำ 1,000 บาท
นายบัญชา ชารีแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และคณะจากองค์การบริหารส่วนตำบลลุมพุก 1,000 บาท
คณะครูจาก โรงเรียนกู่จานวิทยาคม 800 บาท
ท่าน เสนอเกียรติ พราวศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนสมเด็จพระญาณสังวร
และคณะจาก โรงเรียนสมเด็จพระญาณสังวร 800 บาท
ท่านภานุพงศ์ มุ่งงาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต ). นาแก
และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลนาแก 800 บาท
ท่านสมพงษ์ ศรีลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต ). สงเปือย
และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลสงเปือย 800 บาท
นายไพบูลย์ สว่างแสง กำนันตำบลย่อ และคณะจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลย่อ 720 บาท
นายสุดใจ จวนสางกำนันตำบลแคนน้อย และคณะจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลแคนน้อย 720 บาท
นายกิตติ สนธิธรรม หัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์ และคณะจาก ไปรษณีย์คำเขื่อนแก้ว 700 บาท
ท่านสมาน มาลัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต ). แคนน้อย
และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลแคนน้อย 600 บาท
กำนันสุบรรณ สายสวาท กำนันตำบลสงเปือย
และคณะจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลสงเปือย 527 บาท
นายจำเริญ วิเศษเตมีย์ ผู้จัดการไฟฟ้า สาขาย่อย อำเภอคำเขื่อนแก้ว และคณะจาก การไฟฟ้าสาขาย่อยอำเภอคำเขื่อนแก้ว 500 บาท
กำนันเหลี่ยน พิจารณ์ กำนันตำบลทุ่งมน และคณะจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลทุ่งมน 500 บาท
ท่านกำนัน ณรงค์ วงศ์ศิริ กำนัน ตำบลนาแก
และคณะจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลนาแก 500 บาท
ท่านประมวล เจนร่วมจิต ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน และคณะ ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลลุมพุก 500 บาท
ท่าน ท่านโสรจ สำโรง ผู้อำนวยการโรงเรียนคำเขื่อนแก้ว และคณะจาก โรงเรียนคำเขื่อนแก้ว 500 บาท
นางณัฏฐินี วาดสูงเนิน ผอ.ร.ร.บ้านโคกกลาง และคณะจาก โรงเรียนบ้านโคกกลาง 500 บาท
นายไพบูลย์ โพธิ์ไพร ผอ.ร.ร.บ้านโนนหนองแฝก และคณะจาก โรงเรียนบ้านโนนหนองแฝก 500 บาท
คณะครูจาก โรงเรียนโพนทันเจริญวิทย์ 500 บาท
ท่านสุกล กิจเกียรติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลลุมพุกวันครู(๒๕๐๓) และคณะจาก โรงเรียนอนุบาลลุมพุก (วันครู 2503) 500 บาท
มนูญ วรรณศิริ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดยโสธร สาขาคำเขื่อนแก้ว
และคณะจาก สนง.ที่ดินจังหวัดยโสธร สาขาคำเขื่อนแก้ว 500 บาท
คณะจาก สัสดี+ปศุสัตว์+ประมง+วัฒนธรรม+สรรพากร 500 บาท
นางสาวพรทิพย์ จันทะพา พัฒนาการอำเภอ และคณะจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอคำเขื่อนแก้ว 500 บาท
ท่านวิชัย ไกยราช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดกุง และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลกุดกุง 500 บาท
ท่านอาคม สีดาจิต และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งมน 500 บาท
ท่าน ณัฐชนก โคตรภักดี และคณะจาก องค์การบริหารส่วนตำบลโพนทัน 500 บาท
ท่านกำนัน นิยม สร้อยหล้า กำนัน ตำบลกุดกุงและคณะจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลกุดกุง 490 บาท
นายพันธุ์ศักดิ์ ธรรมรัตน์ ทรัพยากรธรรมชาติฯ อ.คำเขื่อนแก้วและคณะจาก ผู้ประสานงานด้านทรัพยากรธรรมชาติฯ อ.คำเขื่อนแก้ว 200 บาท รวม 45 รายการ เป็นเงิน 50,467 บาท ห้าหมื่นสี่ร้อยหกสิบเจ็ดบาทถ้วน
ขอบพระคุณ ข้อมูลดีๆ จาก คุณศรีทัศนีย์ มุกดาหาร ปลัดอำเภอคำเขื่อนแก้ว ขอบคุณ การประสานงานที่ดี จาก นางมันทณา หลักแก้ว ปลัดอำเภอคำเขื่อนแก้ว นางกันยารัตน์ สังสะนา เสมียนตราอำเภอ นางวันนา ขันเงิน เจ้าหน้าที่ปกครอง อำเภอคำเขื่อนแก้ว
...ด้วยอานิสงค์แห่งจิตใจที่ดีงามของทุกท่าน และ พระบรมราชานุภาพ แห่ง พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ขอให้ทุกท่านที่ได้ร่วมมีส่วนอำนวยการ หรือ สนับสนุน ให้การก่อสร้าง และ สมทบกองทุนในครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ในครอบครัว และการงานของท่านทุกๆท่านเทอญ..

คำเขื่อนแก้ว มีมติสร้าง พระราชานุสาวรีย์ ร.๕




วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 เช้า ประชุม MorningTalk ร่วมกับ เพื่อนร่วมงาน ณ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว ประธานการประชุม โดย นายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้วหลังจากนั้น ไปพร้อมกับ นายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว นส.อมรรัตน์ วิลัยศรี นักวิชาการสาธารณสุข สสอ.คำเขื่อนแก้ว เข้าร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ อำเภอคำเขื่อนแก้ว ครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๓วันจันทร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ น.ณ ห้องประชุมอำเภอคำเขื่อนแก้ว ที่ว่าการอำเภอคำเขื่อนแก้ว (ชั้น ๒) ประธานการประชุม โดย นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว ซึ่ง ประชุม ตามวาระการประชุม ดังนี้ วาระที่ ๑ เรื่องประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ๑.๑ แนะนำข้าราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว- นางสาวสุพิชชาย์ โนนกอง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ ย้ายมาจาก อ.เมืองยโสธ
๑.๒ แนะนำอาสาพัฒนา รุ่นที่ ๖๓ อำเภอคำเขื่อนแก้ว
เรื่องเพื่อทราบ
๑. องค์การบริหารส่วนตำบลนาคำ โดย ท่าน ภานุมาศ แก้วพิลึก นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต ). นาคำ และคณะ- นำเสนอข้อมูลประชาสัมพันธ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาคำ ซึ่ง เป็นที่ น่าประทับใจ ที่ นายวีระวัฒน์ กำศร นักวิชาการสาธารณสุข รพ.สต. นาคำ เป็นผู้มีบทบาทโดดเด่น ตามโครงการ ที่นำสนอ รวมทั้ง เป็นผู้เรียบเรียงและจัดทำวิดิทัศน์การนำเสนอผลงานด้วย
๒. ที่ทำการปกครองอำเภอ
๓. ๓. สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอ
๑) การจัดงานประเพณีทอดกฐินสามัคคีอำเภอคำเขื่อนแก้ว ประจำปี ๒๕๕๓
ระหว่างวันที่ ๘ – ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ วัดหนองแสง ตำบลย่อ อำเภอคำเขื่อนแก้ว
๔. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ
๑) ขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน สำหรับการบริจาคโลหิตครั้งที่ ๑/๒๕๕๔
- ณ หอประชุมอำเภอคำเขื่อนแก้ว วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้โลหิต ๒๘๙ ยูนิต
๒) สรุปผลการดำเนินงานตามโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๕๓
๓) ติดตามกิจกรรมและการประเมินผลโครงการ “งานศพปลอดเหล้า”
๕. สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ
๑) การคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ปี ๒๕๕๓ (OTOP Product Champion:OPC)
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องเพื่อพิจารณา
๑. การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
๘๓ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ อำเภอคำเขื่อนแก้ว (ที่ทำการปกครองอำเภอ)
๒. การจัดงาน “ ๑๐๐ ปี อำเภอคำเขื่อนแก้ว ” (ที่ทำการปกครองอำเภอ) อำเภอคำเขื่อนแก้ว ก่อตั้งเมื่อ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่งตั้งให้ เจ้าเหลี่ยม ณ จำปาศักดิ์ มาดำรงตำแหน่ง เจ้าเมืองคนแรก
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องอื่นๆ
ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการประกันภัยรถราชการ
… ทั้งนี้ มติที่สำคัญ ที่ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง ประทับใจ คือ การที่ นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว มีดำริ จะสร้าง พระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐาน ณ บริเวณ หน้า ศูนย์ราชการ อำเภอคำเขื่อนแก้ว ของเรา เพื่อเป็นเกียรติประวัติ และเป็นสิริมงคล แก่ประชาชน อำเภอคำเขื่อนแก้ว เนื่องในโอกาส การครบรอบ ๑๐๐ ปี การสถาปนา อำเภอคำเขื่อนแก้ว ทั้งนี้ มุ่งหวัง จะให้ประชาชนจากทุกหมู่บ้าน ตำบล และทุกภาคส่วนได้มีโอกาสได้ร่วมเป็นเจ้าภาพ ในกิจกรรที่ดี และมีประโยชน์นี้ร่วมกันต่อไป โดยมีกำหนดระยะเวลา ไว้ว่า อย่างน้อย วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ ต้องมีการวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างดังกล่าวต่อไป.....

นศ.สาธารณสุขราชภัฎอุบลฝึกงาน สสอ.คำเขื่อนแก้วฯ


28 ตุลาคม 2553: นศ.สาธารณสุขราชภัฎอุบลฝึกงาน สสอ.คำเขื่อนแก้วฯ : ช่วงนี้ ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง
เห็น บรรยากาศ แห่งความสุข ที่อาจารย์แฟรงค์ นายสุนทร วิริยะพันธ์ หัวหน้างานควบคุมโรคติดต่อ สสอ.คำเขื่อนแก้ว กำลังสนุก กับการ บรรยาย ในฐานะอาจารย์ พิเศษ ให้กับ นักศึกษาสาขาธารณสุขชุมชน คณวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ที่มาฝึกปฏิบัติงาน ร โรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว และ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว ในเนื้อหาเกี่ยวกับ งานระบาดวิทยา ทั้งนี้ อาจารย์แฟรงค์ กำลัง ศึกษา ระดับปริญญา ด? จาก มหาวิทยาลัย มหาสารคาม ซึ่ง นักศึกษาสาขาธารณสุขชุมชน คณวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ชุดนี้ประกอบด้วย
1. นางสาวจันทร์เพ็ญ พลอาจ (เพ็ญ) นาย นายธีรพงษ์ ซอนทรัพย์ (ปั๊ก)
3 นางสาว จันทร์สุดา สุดใจ (แอน) 4 นางสาว เจนจิรา เสนจันทร์ฒิไชย (เจน)
5. นางสาว ดวงใจ ก้านกิ่ง (จอย) 6. นางสาวนรินทร สองศรี (ริน)
7. นางสาววงค์เดือน วงศ์ด้วง (กิ๊ก)
ที่ผม บอกว่า เป็นบรรยากาศ แห่งความสุข เพราะ ผมถือว่า สิ่งเหล่านี้เป็น สุดยอดของการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพราะ การที่ เราสามารถ ถ่ายทอดวิชาการให้กับบุคคลอื่นๆได้นั้น แสดงว่า จะต้อง ศึกษาค้นคว้า และสอนได้ อย่างรู้จริง .. ฉะนั้น ผมจึงมีความสุขทุกครั้ง ที่เห็น พวกเรา ได้มีโอกาสได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับบุคคลและหน่วยงานอื่นๆอยู่เสมอ นั่นหมายถึงว่า องค์กรของเรา กำลังก้าสู่ ยุคของเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ได้อย่างไม่ยากนักในอนาคต
.... ทำอย่างไรให้ความรู้ในทางปฏิบัติ ซึ่งมักเป็นที่ทราบกันในตัวคนหรือกลุ่มคน ถูกปรับเปลี่ยนและจัดการอย่างเป็นระบบ (Knowledge Management) เพื่อรักษาองค์กรไว้ ซึ่งจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ ให้ความรู้ทั้งหลายนั้นกลายเป็นความรู้ที่เกิดประ โยชน์สำหรับคนทั้งองค์กร เพื่อการก้าวเข้าสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) เพราะ “ความรู้” คือ “อำนาจ”

องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization : LO) คืออะไร ?
Peter Senge ( 1990 ) แห่ง Massachusetts Institute of Technology กล่าวว่า องค์กรแห่งการเรียนรู้ คือ สถานที่ซึ่งทุกคนสามารถขยายศักยภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างผลงานตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ เป็นที่ซึ่งเกิดรูปแบบการคิดใหม่ ๆ หลากหลายมากมาย ที่ซึ่งแต่ละคนมีอิสระที่จะสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นที่ซึ่งทุกคนต่างเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ร่วมกัน
David A. Gavin (1993) แห่ง Harvard University กล่าวว่า คือ องค์กรที่มีลักษณะในการสร้าง แสวงหา และถ่ายโยงความรู้ และมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอันเป็นผลมาจากความรู้ใหม่ และการเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ อย่างถ่องแท้
Michaek Marquardt (1994) แห่ง George Washington University กล่าวว่า องค์กรที่ซึ่งมีบรรยากาศของการเรียนรู้รายบุคคลและกลุ่ม มีการสอนคนของตนเองให้มีกระบวนการคิดวิเคราะห์ เพื่อช่วยให้เข้าใจในสรรพสิ่ง ขณะเดียวกันทุกคนก็ช่วยองค์การ จากความผิดพลาดและความสำเร็จ ซึ่งเป็นผลให้ทุกคนตระหนักในการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช แห่งสำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า องค์การเอื้อการเรียนรู้ มีลักษณะเป็นพลวัต (Dynamics) มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะของพัฒนาการด้าน ๆ คล้ายมีชีวิต มีผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และการสร้างนวัตกรรม (Innovation) รวมทั้งมีบุคลิกขององค์การในลักษณะที่เรียกว่าวัฒนธรรมองค์การ (Corporate Culture) ที่ผู้เกี่ยว ข้องสัมพันธ์สามารถรู้สึกได้
ทำไมต้องมีการจัดการความรู้ ?
ด้วยวัฒนธรรมการทำงานขององค์การไม่เอื้อต่อการพัฒนาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ บุคลากรส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยเฉพาะคนที่มีอายุเฉลี่ยค่อนข้างมากจะทำงานตามหน้าที่ ที่เคยปฏิบัติ ทำให้ขาดความกระตือรือร้น และความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง องค์กรขาดความต่อเนื่อง ในการเชื่อมโยงความรู้ระหว่างบุคลากรแต่ละรุ่น หรือกลุ่มวัยที่ต่างกัน
...
รศ.ดร. เอื้อน ปิ่นเงิน และ รศ. ยืน ภู่วรวรรณ ได้กล่าวถึง สาเหตุการคิดการจัดการความรู้ (เอื้อน ปิ่นเงิน และ ยืน ภู่วรวรรณ, 2546) เรื่องนี้ว่า
“สารสนเทศล้น กระจัดกระจาย และจัดเก็บอยู่ในแหล่งเก็บที่หลากหลาย ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ เรามีข้อมูลมากมาย แต่ความรู้มีน้อย ในยามที่ต้องการข้อมูลการตัดสินใจ การรวบรวมข้อมูลได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และไม่ครบถ้วน อีกทั้งใช้เวลาค้นหานาน การจัดการความรู้อย่างเป็นระบบจะช่วยให้ปัญหาดังกล่าว บรรเทาลงหรือหมดไป ยิ่งไปกว่านั้นการก้าวเข้าสู่สังคมภูมิปัญญาและความรอบรู้ เป็นแรงผลักดันทำให้องค์การต้องการพัฒนาไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Enterprise) เพื่อสร้างความคุ้มค่าจากภูมิปัญญาและความรอบรู้ที่มีอยู่ เปลี่ยนสินทรัพย์ทางปัญญาให้เป็นทุน ด้วยการจัดการความรอบรู้และภูมิปัญญา ซึ่งมีผลให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เป็นแบบ Knowledge Worker ด้วย

นานา เหตุการณ์ เริ่มหนาว ข้าวสุก อุบลฯเตรียมรับน้ำท่วม





วันที่ 30-31 ตุลาคม 2553: เย็นวันที่ 29 ตุลาคม 2553 หลังจากที่ พวกเราทั้งครอบครัว ไปเยี่ยมให้กำลังใจ พี่อ่ออน ชัยวัฒน์ หอมสุดชา หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป โรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว ณ ห้องพิเศษ ๗ ชั้น ๖ ติกอุบัติเหตุวิชิต โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ แล้ว วันหยุดนี้ ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง พักผ่อนที่บ้านกับครอบครัว สัปดาห์นี้ ครบ ทั้ง ลูกชายดช.ภูมิพันธุ์ จันทร์สว่าง กลับมาจาก อุบลราชธานี ลูกสาว  ซึ่งกลับมาจาก กรุงเทพฯ ดูแล ทำความสะอาดบ้านเรือน เสื้อผ้า ห้องน้ำ ช่วยกัน .. บรรยากาศทั่วไป เสาร์อาทิตย์นี้ รถสิบล้อ บรรทุกรถเกี่ยวข้าว วิ่ง เกลื่อนถนน ข้าวในนากำลังสุกเหลือง พร้อมที่จะทำการเก็บเกี่ยว บางแปลงก้เริ่มเก็บเกี่ยวแล้ว โดยใช้รถเกี่ยวข้าว ... ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ที่ลมหนาวเริ่มเข้ามาแล้ว... น่าสงสารและเห็นใจ พี่น้องเราที่ถูกน้ำท่วม แล้วยังต้องมารับภัยหนาวในเวลาเดียวกันอีก... ขณะ ที่ผม กลับมา จาก ยโสธร ถ่ายภาพนี้เวลาประมาณ ๑๗.๒๙ น. วันอาทิตย์ ตอนเย็น ทราบข่าวจาก ลูกสาวว่า ณ ฝั่งตรงข้ามหน้าบ้าน เวลาประมาณ บ่าย สองโมงกว่าๆ มี อุบัติเหตุ รถโตโยต้าวีโก้ กข9193ร้อยเอ็ด คนขับหลับใน กลับมาจากไปเยี่ยมญาติ ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ หลับใน ชนต้นกระถินรงค์ รถด้านหน้าซ้ายพังยับเยิน ทำให้ ภรรยา ที่นั่งมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัย ตำรวจ ชาวบ้าน คุณหมอ รวมทั้งคุณอริยวรรณ จันทร์สว่าง ได้ช่วยกัน นำคนเจ็บออกจากรถ นำส่ง โรงพยาบาลยโสธร ( ซึ่ง ทราบข่าวว่า อาจารย์ท่านนี้เสีชีวิต ในเวลาต่อมา)
... จังหวัดอุบลราชธานี มีการเตรียมความพร้อมรับมือ อุทกภัย ในหลายๆด้าน ทั้งการเตรียมสถานที่อพยพประชาชน เรือพาหนะสำหรับให้ความช่วยเหลือ แม้แต่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ มีการเตรียมพร้อม ตั้งกระสอบทรายเสริมขึ้นสูงจากพื้นประมาณ 2 เมตร ณ การระบายน้ำจากแม่น้ำมูล ลงสู่แม่น้าโขง ณ จุด แก่งตะนะ ด้วยเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน ๔๐ เครื่อง เพื่อเตรียมรับน้ำที่กำลังไหลมาตามลำน้ำมูล ซึ่งขณะนี้กำลังท่วมพื้นที่ จากจังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ .. การเร่งระบายน้ำจากแก่งตะนะทำได้ดี เพราะแม่น้ำโขงมีระดับต่ำกว่าแม่น้ำมูล 5-6 เมตร

บก.เดลินิวส์ บริจาคที่ดิน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ให้ สถานีอนามัย


28 ตุลาคม 2553: บก.เดลินิวส์ บริจาคที่ดิน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ให้ สถานีอนามัย : วันนี้ท่ามกลาง ประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัย ในหลายพื้นที่ทั้งภาคกลาง สระบุรี นครนายก ลพบุรี อยุทธยา นครสวรรค์ ปทุมธานี จันทบุรี สระแก้ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ และ ท่ามกลางน้ำใจไทย ต่างหลั่งไหล ให้ความช่วยเหลือในทุกภาคส่วนนั้นวันนี้ ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง ขอขอบคุณ ข่าวด ดีดี นี้ จาก http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=38&contentID=100796วันนี้ 28 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงสาธารณสุข ดร.ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้เข้าพบ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เพื่อบริจาคที่ดิน ในพื้นที่ ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 1 งาน 60 ตารางวา ให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ประโยชน์ โดยพื้นที่ดังกล่าว ติดกับสถานีอนามัยหนองผึ้ง ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ได้มอบพระพุทธนิรามัย พระพุทธรูปประจำกระทรวงสาธารณสุข ให้กับ ดร.ประภา เพื่อความเป็นสิริมงคล

โดย ดร.ประภา กล่าวว่า ตั้งใจจะมอบโฉนดที่ดินผืนนี้ ให้กับกระทรวงมานานแล้ว คิดว่าคงจะเป็นประโยชน์กับสถานีอนามัยหนองผึ้ง ซึ่งมีพื้นที่ไม่มาก
ด้าน นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ทาง รมว.สาธารณสุข ก็ดีใจ และขอบคุณทางเดลินิวส์มาก เพราะที่ดินผืนดังกล่าว จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล เนื่องจากทางสถานีอนามัยหนองผึ้งมีแผนที่จะขยายเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองผึ้ง สร้างอาคารนวดแผนไทย สร้างอาคารหอประชุม และห้องทันตกรรม และสร้างอาคารผู้ป่วยใน ซึ่งประชาชน จำนวน 8 หมู่บ้าน ใน ต.หนองผึ้ง มีประชากรจำนวน 12,503 ราย จะได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่แห่งนี้ เพราะพื้นที่เดิมของสถานีอนามัยคับแคบมาก