8/5/11

ทุกตำบล_ลงนามคำรับรองบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนัน

















วันที่ 2 สิงหาคม 2554: คำเขื่อนแก้วลงนามคำรับรองบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนัน:: ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์ สว่าง และคณะ จาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล( รพ.สต.) ทุกแห่ง เข้าร่วมกิจกรรม งานณรงค์ งดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๕๔ และเวทีประกาศ วาระคำเขื่อนแก้ว “งานศพและงานบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนัน” ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอคำเขื่อนแก้วจังหวัดยโสธร ประธาน เปิดงาน โดย นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงาน จำนวนประมาณ ๒,๐๐๐ คน ซึ่งในงานนี้ ประชาชนทุกตำบล มีการลงนาม ให้คำรับรอง ต่อ นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว โดย กำนัน และ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นตัวแทนประชาชน ร่วมลงนาม ในคำรับรอง ดังรายละเอียด คำรับรอง ที่ร่วมกันให้ไว้ดังนี้

๑. งานศพและงานบุญประเพณีทุกงานใน เขตตำบล..... ต้องไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่อนุญาตให้มีการเล่นการพนันทุกชนิด

๒. งานบุญประเพณี ให้ครอบคลุมถึง งานบวช งานบุญกฐิณ งานบุญอัฏฐะ และงานผ้าป่า

๓. ผู้นำชุมชนหรือข้าราชการในตำบลต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี

และเป็นที่ปรึกษาให้กับประชาชนทั้งในในหมู่บ้านและในตำบล

๔. ข้าพเจ้า ผู้ทำคำรับรอง ทั้ง ๒ คน พร้อมด้วย ประชาชนใน เขต ตำบล...

ทุกหลังคาเรือน ได้ทำความเข้าใจ ตามคำรับรองข้างต้นแล้ว ขอให้คำรับรองกับ นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว

ว่า จะปฏิบัติตามมติการประชาคมดังกล่าวโดยเคร่งครัด เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนและเพื่อลดรายจ่าย

ในครัวเรือนของประชาชนต่อไป

๖. ผู้รับคำรับรอง และผู้ทำคำรับรอง ได้เข้าใจคำรับรองการปฏิบัติราชการและเห็นพ้องกันแล้ว

จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ

โดยภาพรวมแล้ว วัตถุประสงค์ สรุปได้ ตาม คำกล่าวรายงาน ของ นายสุพิช สามารถ ปลัดอำเภอ(อาวุโส)อำเภอคำเขื่อนแก้ว การจัดงาน ดังนี้ กระผม นายสุพิช สามารถ ปลัดอำเภอ(อาวุโส) ในนามของพี่น้อง ชาวอำเภอคำเขื่อนแก้วทุกภาคส่วน ขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้เกียรติประธาน ในพิธีเปิด การรณรงค์ งดเหล้าเข้าพรรษา และการณรงค์ขับเคลื่อนวาระคำเขื่อนแก้ว “งานศพและงานบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนัน” ประจำปี ๒๕๕๔ ในวันนี้

สืบเนื่องมาจากที่ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เห็นชอบให้ วันเข้าพรรษา เป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” เพื่อส่งเสริมธรรมเนียมปฏิบัติอันดีงามของชาวพุทธ ที่เมื่อถึงช่วงเวลาเข้าพรรษาตลอด ๓ เดือน จะตั้งสัจจะอธิษฐาน ลด ละ เลิกเหล้า เบียร์ และตั้งใจศึกษาปฏิบัติธรรม รักษาศีล ทั้งยังเป็นการส่งเสริมวิถีความพอเพียง ลด ละ เลิก อบายมุข และลดรายจ่าย ที่ฟุ่มเฟือยและไม่จำเป็น ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบกับ

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพ ของ

ผู้ดื่ม เป็นการสูญเสียรายได้ เกิดปัญหาสังคมอีกมากมาย เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริม ธรรมเนียมปฏิบัติอันดีงาม ของชาวพุทธ ลดผลกระทบ

และปัญหา ที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเพื่อเป็นการ สร้างจิตสำนึก และ ค่านิยมที่ดี ให้กับเยาวชนและประชาชนโดยทั่วไป ตลอดจน เพื่อเป็นการสร้างความยั่งยืนและต่อเนื่อง

อำเภอคำเขื่อนแก้วจึงได้กำหนดการ รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา และการณรงค์ขับเคลื่อนวาระ

คำเขื่อนแก้ว “งานศพและงานบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนัน” ประจำปี ๒๕๕๔ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

๑. เพื่อเป็นการส่งเสริมธรรมเนียมปฏิบัติอันดีงามของชาวพุทธและส่งเสริมวิถีความพอเพียง ลด ละ เลิกอบายมุขและรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยไม่จำเป็น ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๒. เพื่อเป็นการลดต้นเหตุของปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งด้านหนี้สิน สุขภาพ การขาดความอบอุ่น การเกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การเกิดอุบัติเหตุ อาชญากรรม โรคเอดส์ และการเบี่ยงเบนทางพฤติกรรมของเด็กเยาวชน ตลอดจนการลดปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด อันเป็นการสนองตอบต่อนโยบาย “ยโสธร สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม” ให้กับประชาชน

๓. เพื่อเป็นการรณรงค์สร้างจิตสำนึกและค่านิยมที่ดีในด้านต่างๆ ให้กับเยาวชนและประชาชนโดยทั่วไป

๔. เพื่อเป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

๕. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์สร้างกระแสปลุกจิตสำนึกในวันนี้ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่าย ผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มพลังมวลชน เช่น สมาชิก อปพร. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พี่น้องประชาชนทั่วไป และนักเรียนจากโรงเรียน จำนวนประมาณ ๒,๐๐๐ คน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สนับสนุนการจัดขบวนรณรงค์โดยเทศบาลตำบลคำเขื่อนแก้ว องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง วนตำบลทุกแห่ง องทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ การสนับสนุนการจัดขบวนรณรงค์จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ

ได้รับการสนับสนุนวงดุริยางค์จากโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ จึงสมควรได้รับการขอบคุณ

ไว้ ณ โอกาสนี้

บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว กระผมใคร่ขออนุญาตกราบเรียนเชิญท่าน ประธานในพิธี ได้กรุณารับมอบรายชื่อผู้ร่วมลงนามปฏิญาณตนงดเหล้า เข้าพรรษา และ เลิกเหล้าตลอดชีวิต กล่าวพบปะปราศรัยกับผู้เข้าร่วมพิธี และทำพิธีเทเหล้า ตามลำดับต่อไป ขอชืนชม และ ร่วมเป็นกำลังใจ ในกิจกรรมดีดีนี้ ให้คงอยู่ตลอดไป ครับ...

8/4/11

ยิ่งใหญ่..ขบวนบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนันคำเขื่อนแก้ว































วันที่ 2 สิงหาคม 2554 : ยิ่งใหญ่..ขบวนบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนันคำเขื่อนแก้ว: : ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง พร้อมทีมงาน นายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว และคณะ จาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล( รพ.สต.) ทุกแห่ง เข้าร่วมกิจกรรม งานณรงค์ งดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๕๔ และเวทีประกาศ วาระคำเขื่อนแก้ว “งานศพและงานบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนัน” ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ประธาน เปิดงาน นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงาน จำนวนประมาณ ๒,๐๐๐ คน รายละเอียดการจัดงาน สรุปได้ ตามกำหนดการ ดังนี้

เวลา ๐๗.๐๙ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรคำเขื่อนแก้วเริ่มอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

เวลา ๐๗.๓๙ น. ริ้วขบวน จากทุกตำบล พร้อมกัน ที่ ลาน สหกรณ์การเกษตร อำเภอคำเขื่อนแก้ว

(แต่ละตำบลประกอบด้วย นายกเทศบาลตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล

กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล คณะเจ้าหน้าที่จาก

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อสม. และ อปพร.)

(ลำดับดังนี้ ขบวนตำรวจ ทต.คำเขื่อนแก้ว กศน.คำเขื่อนก้ว ต.แคนน้อย ต.ดงแคนใหญ่ ต.นาแก ต.นาคำ ต.กู่จาน

วงดุริยางค์ กศน.คำเขื่อนแก้ว โรงเรียนคำเขื่อน ต.ทุ่งมน ต.ย่อ ต.ดงเจริญ ต.โพนทัน ต.สงเปือย ต.กุดกุง ต.ลุมพุก โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์)

เวลา ๐๘.๒๙ น. รถตำรวจจาก สภ.คำเขื่อนแก้ว นำขบวน จากทุกตำบล เคลื่อนไปตามถนนแจ้งสนิท

ถึงสี่แยกข้างโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ ผ่านหน้าที่ทำการ ไปรษณีย์คำเขื่อนแก้ว

เดินเข้าบริเวณงาน

เวลา ๐๙.๑๙ น. หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ พร้อมกัน ณ บริเวณพิธีหน้าที่ว่าการอำเภอ

เวลา ๐๙.๒๙ น. พิธีเปิดการรณรงค์ งดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๕๔ และ ประกาศนโยบาย

สาธารณะ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า

- นายสุพิช สามารถ ปลัดอำเภอ(อาวุโส)อำเภอคำเขื่อนแก้ว กล่าวรายงาน การจัดงาน และนำผู้ร่วมงาน ปฏิญาณตน งดเหล้าเข้าพรรษา

-นายกเทศบาลตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน และ ผอ.รพ.สต. ร่วมลงนาม รับรองการ ประกาศวาระคำเขื่อนแก้ว “งานศพและงานบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนัน”

-ตัวแทนทุกตำบล (นายกเทศบาลตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน และ ผอ.รพ.สต.)

ขึ้นถวายสมุดรายนาม ผู้ปฏิญาณตน งดเหล้าเข้าพรรษา ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

- ประธานในพิธี นำ สมุดรายนาม ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ ไปเก็บรวบรวมไว้ในที่อันควร

-ตัวแทนทุกตำบล (นายกเทศบาลตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน และ ผอ.รพ.สต.)

เข้าแถวที่ด้านหน้าเวที ถ่ายรูปหมู่กับ ประธานในพิธี

ปฏิบัติเช่นนี้จนครบทุก ตำบล

หัวหน้าส่วนราชการ ถวายรายนามผู้ร่วมร่วมลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา

- ผู้บริหารโรงเรียน ถวาย สมุด เรียงความ การทำความดี ของนักเรียน ในกิจกรรมการรณรงค์ งดเหล้าเข้าพรรษา และ งานบุญประเพณีปลอดเหล้า

- ประธานในพิธี กล่าวให้โอวาท เปิดงาน

- ประธานในพิธี หัวหน้าส่วนราชการอำเภอคำเขื่อนแก้ว และ แขกผุ้มีเกียรติ ทำพิธี เทเหล้า

- วงดุริยางค์ จาก โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ บรรเลงเพลง.........เป็นอันเสร็จพิธี

หมายเหตุ นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว นายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว และคณะ จัดงานที่ดี และมีประโยชน์ นี้ขึ้น โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์สร้างกระแสปลุกจิตสำนึกในวันนี้ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่าย ผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มพลังมวลชน เช่น สมาชิก อปพร. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พี่น้องประชาชนทั่วไป และนักเรียนจากโรงเรียน จำนวนประมาณ ๒,๐๐๐ คน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สนับสนุนการจัดขบวนรณรงค์โดยเทศบาลตำบลคำเขื่อนแก้ว องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง วนตำบลทุกแห่ง องทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ การสนับสนุนการจัดขบวนรณรงค์จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ได้รับการสนับสนุนวงดุริยางค์จากโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ จึงสมควรได้รับการขอบคุณ ไว้ ณ โอกาสนี้

งานรณรงค์:อาจไม่ได้อะไร_แต่ประเทศชาติได้ประโยชน์







วันที่ 1 สิงหาคม 2554: :งานรณรงค์:อาจไม่ได้อะไร_แต่ประเทศชาติได้ประโยชน์

เสร็จจาก Morning Talk ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง และคณะ เตรียมคามพร้อม ด้าน สถานที่ และ การประสานงานกับหน่วยงาน องค์กรต่างๆ สำหรับ งาน งดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๕๔ และเวทีประกาศ วาระคำเขื่อนแก้ว “งานศพและงานบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนันในวันพรุ่งนี้

ขอบพระคุณ ท่าน ท่านโสรจ สำโรง ผู้อำนวยการโรงเรียนคำเขื่อนแก้ว ที่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ ป้ายประชาสัมพันธ์ ข้างป้อมตำรวจ ขนาด 4x9 เมตร สำหรับประชาสัมพันธ์ งานศพและงานบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนัน” พร้อมทั้ง ท่านจะสนับสนุน น้องๆ นักเรียน โรงเรียนคำเขื่อนแก้ว ในการร่วมเดินรณรงค์ ในงานวันพรุ่งนี้ด้วย

วันนี้ มี คนดี ของประชาชนมาร่วม เตรียมความพร้อมมากมาย นำโดย นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว

นายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว

นางมนัชยา กองทำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แคนน้อย

นายขจรเกียรติ อุปยโสธร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ดงแคนใหญ่

นางสุนิสา วงชาลี พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงแคนใหญ่ และคณะ จาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงแคนใหญ่ นส.อมรรัตน์ วิลัยศรี นักวิชาการสาธารณสุข นายสมร พลทิพย์ พนักงานบริการทั่วไป สสอ.คำเขื่อนแก้ว

นายนาวี โพธิ์คำ พนักงานบริการทั่วไป ท่านมหาคำตัน พุ้ยน้อย รองประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอคำเขื่อนแก้ว

คุณมานิต และ อส. จาก ปกครองอำเภอคำเขื่อนแก้ว และทีมงานจาก เทศบาลตำบลคำเขื่อนแก้ว เป็นต้น

“งานณรงค์ เพื่อส่วนรวม ในลักษณะนี้ หากเราไม่ทำ ใครจะทำ หลายคนมองว่า เป็นงานที่ คนที่ทำ ไม่ได้ อะไร มีแต่เสีย แล้วเธอคิดว่า พวกเรา พากันทำมานี่ พวกเราทำทำไม” เป็น คำถามที่ น่าคิดจาก นางมนัชยา กองทำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แคนน้อย

มีแต่เสียจริงหรือไม่ บางอย่างก็อาจจะจริง อย่างน้อยก็เสียเงิน เพราะ ส่วนมากแล้ว ต้องใช้เงินส่วนตัว ด้วยในทุกๆครั้งเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย จากนั้นก็เสียเวลา ส่วนตัว เพราะ ส่วนมากจะทำงานอกเวลาด้วยจึงจะสำเร็จ และบางครั้ง หาก เป็นคนที่มีสมาธิไม่หนักแน่นพอ ยังต้องเสียกำลังใจ จาก คำ ก่นด่าหรือ สบถ ของคนอื่นๆว่า ทำงานลักษณะนี้ มีแต่เสียกับเสียไม่รู้จะพากันทำไปทำไม เป็นต้น

แต่เท่าที่ผมทำงานเรื่องรณรงค์ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม มากว่า 20 ปี พบว่า ข้อความข้างต้น มีส่วนเป็นจริงบ้าง แต่ ตัวผมเอง ไม่เคยท้อ เพราะ มีสิ่งที่ได้ จากการทำงาน ในลักษณะนี้ คือ ความสุข สุขจากการทำงานที่เราชอบ สุขจาก การเห็น สังคม ดีขึ้น หรือที่เรียกว่า เห็นประเทศชาติ ได้รับประโยชน์ ผมก็มีความสุขแล้ว แม้จะไม่ทันตาเห็น แต่สิ่งที่ผม เห็นเป็นรูปธรรมถึงการขับเคลื่อนมวลชน หลายๆอย่าง ส่งผลให้สังคมดีขึ้น ยกตัวอย่างที่ชัดเจน ในการณรงค์ คือ ผลประโยชน์ ที่ตกถึงระดับครัวเรือน จากการณรงค์ งานศพปลอดเหล้า ตลอด 4 ปี 5 ปี ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ ในปีที่ผ่านมา อำเภอคำเขื่อนแก้ว เป็นต้นแบบ ของ จังหวัดยโสธร ในการจัดงานศพปลอดเหล้า

ฉะนั้น ในปีนี้ พวกเราคาดหมายว่า จะได้พบกับความสุข จากการทำงานอีกครั้ง จากการที่ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ขยายผล จาก งานศพ ออกไป ให้ครอบคลุม งานประเพณี อื่นๆ อีก 4 งาน คือ งานบวช งานกฐิณ งานอัฎฐะ และงาน ผ้าป่า ให้ปลอดเหล้า และปลอดการพนัน โดยขับเคลื่อนพร้อมกัน ในระดับ อำเภอ เรียกว่า การ ขับเคลื่อนวาระคำเขื่อนแก้ว “งานศพและงานบุญประเพณีปลอดเหล้าและปลอดการพนัน” ประจำปี ๒๕๕๔

ขอให้ คุณงามความดี จงส่งผล ถึง ทุกๆท่านที่ร่วมทำงานดีดีนี้ ให้กับประเทศชาติ แม้จะเป็นการปิดทองหลังพระ ก็มีส่วนสำคัญ ที่ทำให้พระนั้นสวยงามได้เต็มองค์ ตาม ที่พวกเราได้ยินบ่อยๆ จากพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ..

“พี่ตั๊ก...คนบ่น คนว่า ผมเคยได้ยินไดพบ ได้เห็น มามาก และมีอยู่มากแล้ว แต่ คน ที่ ทำงานจริง จัง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมนั้น ผมก็เห็นมากเหมือนกัน หนึ่งในนั้น มีพี่ตั๊ก ยืนอยู่หัวแถวครับ ” ผมบอกกับ นางมนัชยา กองทำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แคนน้อย ด้วยความรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

ส่วนคำที่ผมจำได้เสมอ คือคำที่ นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว ได้ พูดกับผมว่า “คำว่าอุทิศตนและ ทำงาน ด้วยความทุ่มเท เพื่องาน อุทิศตนเพื่อราชการนั้น มันเป็นนามธรรม แต่ ณ วันนี้ ผม เห็น เป็น รูปธรรมแล้ว ว่า คำว่า อุทิศตน และ ทำงาน ด้วยความทุ่มเทนั้น คือ นางมนัชยา กองทำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แคนน้อย เป็น คำอธิบายของความหมายของคำเหล่านั้นจริงๆ”

หมายเหตุ : สิ่งที่ ควรบันทึกไว้ สำหรับ การจัดงานในลักษณะนี้ เพิ่มเติม เพื่อเตือนความจำ ดังนี้

ป้าย ข้างป้อมตำรวจ หน้า โรงเรียนคำเขื่อนแก้ว ขนาด 4 x 9 เมตร จะพอดี

ป้าย เวที อุทิศ ซาวด์ ขนาด 3.5 x 7 เมตร จะพอดี เหลือพื้นที่ ด้านข้าง ติดป้ายผ้าธงชาติ ได้พอดี

บนเวที ต้องมีโต๊ะหมู่บูชา เทียนแพ และกรวย เป็นต้น