9/29/11

ป.ต.ท.เปิดปั๊มใหญ่_บริการครบวงจรที่คำเขื่อนแก้ว








วันที่ 22 กันยายน 2554 ป.ต.ท.เปิดปั๊มใหญ่_บริการครบวงจรที่คำเขื่อนแก้ว: วันนี้ ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง
ไปพร้อมกับ นายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว ทศพล นิติอมรบดี หัวหน้างานอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมชื่นชมการเปิดบริการกิจการใหม่ ณ ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาคำเขื่อนแก้ว ซึ่ง จากการเยี่ยมชม พบว่า ห้องน้ำห้องส้วม ปั๊มน้ำมันแห่งนี้ ผ่านมาตรฐานส้วมสาธารณะมาตรฐาน HAS ซึ่งสามารถเป็นตัวอย่างแก่ หน่วยงาน องค์กรต่างๆได้เป็นอย่างดี
ป.ต.ท.เปิดปั๊มใหญ่_บริการครบวงจรที่คำเขื่อนแก้ว
ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาคำเขื่อนแก้ว นี้เริ่มเปิดให้บริการมาแล้ว ประมาณ 1 สัปดาห์ ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาคำเขื่อนแก้ว ตั้งอยู่ ถ.แจ้งสนิท ต.ลุมพุก อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ห่างจาก อ.คำเขื่อนแก้ว ไปทาง อุบลราชธานี 2 กิโลเมตร นายวีระศักดิ์ ลีพิบูลย์สวัสดิ์ ผู้จัดการปั้มน้ำมัน ปตท.เกรียงศักดิ์ยโสธรปิโตรเลียม สาขาคำเขื่อนแก้ว กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ ว่า สถานีบริการน้ำมันแห่งนี้ ตั้งใจพัฒนาให้เป็นจุดอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถ หรือเปิดสถานบริการเติมความสุขให้ผู้ใช้รถ ที่สัญจรไปมาระหว่าง ยโสธร-คำเขื่อนแก้ว-อุบลราชธานี เป็นจุดพักรถได้ทั้งขาเข้า ขาออก คำเขื่อนแก้ว โดยเป็นการเพิ่มช่องทางการให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิง ให้กับผู้ใช้รถ ได้มีทางเลือกในการเติมน้ำมัน และรับบริการอื่นๆ ภายในสถานีบริการน้ำมันครบวงจรแห่งนี้ อีกทั้งยังให้ผู้ใช้รถได้มีจุดแวะผ่อนคลายอริยาบถ ที่เมื่อยล้าจากขับขี่รถยนต์มาเป็นระยะทางยาวไกล ลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย
สถานีบริการแห่งนี้ให้บริการผลิตภัณฑ์น้ำมันครบทุกชนิด รวมทั้งบริการอื่นๆ เช่น ร้านกาแฟ Café Amazon ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า ตลอดจนร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกต่างๆ ความพิเศษของสถานีบริการแห่งนี้ คือการให้บริการสำหรับคนพิการ สามารถใช้บริการทุกอย่างได้เหมือนคนปกติ มีห้องน้ำสะอาดได้มาตรฐาน และสภาพแวดล้อมที่สวยงาม





ผมยินดีที่จะร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว พัฒนาสถานีบริการน้ำมันแห่งนี้ให้เป็นสถานบริการลดโลกร้อน รวมทั้งผมมีความตั้งใจที่จะร่วมงานกับหน่วยงานราชการทุกส่วน พัฒนาสถานีบริการน้ำมันแห่งนี้ ให้เป็น สถานบริการเพื่อประชาชน นายวีระศักดิ์ กล่าวด้วยแววตาแห่งความสุข และความมุ่งมั่น

9/24/11

อำเภอยิ้ม ช่วยน้ำท่วมบ้านทรายงาม



















วันที่ 21 กันยายน 2554 อำเภอยิ้ม ช่วยน้ำท่วมบ้านทรายงาม : วันนี้ ผม นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง

ไปพร้อมกับ ทศพล นิติอมรบดี เพื่อสมทบกับ คณะของ นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้วและส่วนราชการทุกส่วน ออกหน่วยอำเภอยิ้ม เพื่อให้บริการและให้ ความช่วยเหลือและรับเรื้องร้องทุกข์ จากประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม และร่วมทำบุญ ณ โนวัดบ้านทรายงาม หมู่ที่ 5 ตำบลกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งมีประชาชนประสบภัย จำนวน 175 หลังคาเรือน

นพ.จักราวุธ จุฑาสงฆ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว พร้อมทีมงาน จาก โรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว นำทีมชุดใหญ่พร้อมยาและเวชภัณฑ์ ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ นายบุญตา หัวดอน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านทรายงาม นายสมัคร พุ่มทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุดกุง และทีมงาน อสม . ได้เตรียมชุมชนไว้พร้อมสำหรับให้การบริการเป็นอย่างดี

บ้านทรายงาม ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะถูกน้ำท่วม รอบๆหมู่บ้าน เป็นระยะทาง 4.5 กิโลเมตร

การสัญจรของราษฎรส่วนใหญ่ ต้องใช้เรือพายประจำครัวเรือน ส่วน การขนส่ง นักเรียนและประชาชนในอำเภอหรือจังหวัด ต้องใช้เรือท้องแบน ซึ่งมี จำนวน 2 ลำ ออกวันละ 2 เที่ยว

คณะของเราเป็นคณะใหญ่ ขอบพระคุณ ท่านวิชัย ไกยราช นายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต ). กุดกุง และ ท่านกำนัน นิยม สร้อยหล้า กำนัน ตำบลกุดกุง ได้จัดเรือ รับส่ง จำนวน 6 เที่ยว

ขอบพระคุณ ทีมงานทุกท่าน อาทิ นายบัณฑิต ร่วมสุข ผู้อำนวยการโรงเรียน นายถวิล เศษบุบผา เกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้ว นางปุณยวีร์ มาลัย วัฒนธรรมอำเภอคำเขื่อนแก้ว นายสมพร พร้อมจิตร คุณครู ร.ท.เพื่อน ฤทธิ์แผ่ว จากสัสดีอำเภอคำเขื่อนแก้ว ทีมงานจาก กศน.คำเขื่อนแก้ว รองผู้จัดการธนาคารออมสินและคณะ ร.ต.ต.ธนกร มนูญวงษ์ รองสารวัตร และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก สภ.คำเขื่อนแก้ว พร้อม เจ้าหน้าที่ จากทุกหน่วยงาน

บันทึกเพิ่มเติม สถาณการณ์น้ำ ปีนี้เป็นปีแรก ที่น้ำเต็มทุ่งนา บ้านบกน้อย หลังจากฝนแล้งติดต่อกันมา 4 ปี ปีนี้มีน้ำมาก ด้วย อิทธิพลของ พายุ นกเตน และมรสุมตามฤดูกาล ณ วันนี้ บ้านเราน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ แต่ เพื่อนๆในต่างจังหวัดเรา กำลังประสบปัญหา น้ำท่วม หลายจุด ขอบันทึกไว้ด้วยคุณความดีจาก ข้อมูล ของ http://www.ryt9.com/s/cabt/1241112 พอสรุปได้ดังนี้

สถานการณ์อุทกภัย ณ วันที่ 15 กันยายน 2554 สรุปได้ดังนี้

เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน นกเตนตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2554 เป็นต้นมา ประกอบกับปัจจุบัน ร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่งผลทำให้เกิดผลกระทบด้านการเกษตรทั้งสิ้นรวม 56 จังหวัด

ผลกระทบด้านการเกษตร (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ย.54)

ด้านพืช เกษตรกร 504,613 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย 4,809,302 ไร่ แบ่งเป็นข้าว 4,192,131 ไร่ พืชไร่ 392,130 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 225,041 ไร่

ด้านประมง เกษตรกร 51,057 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาดว่าจะเสียหาย แบ่งเป็น บ่อปลา 54,852 ไร่กุ้ง/ปู/หอย 560 ไร่ กระชัง/บ่อซีเมนต์ 75,161 ตารางเมตร

ด้านปศุสัตว์ เกษตรกร 82,094 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 3,954,046 ตัว แบ่งเป็น โคกระบือ 86,012 ตัว สุกร 91,044 ตัว แพ-แกะ 4,505 ตัว สัตว์ปีก 3,772,485 ตัว แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ 4,389 ไร่

ณ วันที่ 15 กันยายน 2554ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ 33 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี เลย นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี ชัยภูมิ นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ตราด และสตูล

สถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 15 กันยายน 2554

สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ 400 แห่ง มีปริมาณน้ำทั้งหมด ร้อยละ 83 ของความจุอ่าง เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ ร้อยละ 51 ของความจุอ่าง มากกว่าปี 2553 จำนวน 14,532 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีก 16,060 ล้านลูกบาศก์เมตร

สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำทั้งหมด 33 แห่ง มีปริมาณน้ำทั้งหมดร้อยละ 78 ของความจุอ่าง เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ ร้อยละ 45 ของความจุอ่าง มากกว่าปี 2553 จำนวน 16,944 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีก 12,372 ล้านลูกบาศก์เมตร

รพ.สต.เข้มแข็งด้วยงบประมาณไทยเข้มแข็ง







วันที่ 20 กันยายน 2554 รพ.สต.เข้มแข็งด้วยงบประมาณไทยเข้มแข็ง: ช่วงนี้อาจจะเป็นระยะสุดท้าย ที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล( รพ.สต.) ทุกแห่ง ได้รับ ครุภัณฑ์ และงบประมาณ ตามโครงการ ไทยเข้มแข็ง หรือ จะเรียกได้ว่า ได้เวลา ปิดฉากโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่ง โครงการไทยเข้มแข็ง เป็นโครงการที่ถือเป็นประวัติศาสตร์ของวงการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ที่สามารถสร้างความเข้มแข็ง หรือ เพิ่มศักยภาพ ของ สถานีอนามัย เป็น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล( รพ.สต.) ทั่วประเทศ ให้แล้วเสร็จได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น (1 กค 2552- 30 กค 2554) ภายใต้การสนับสนุน งบประมาณ สำหรับ สถานีอนามัย เกือบ 1 หมื่น ล้านบาท ทั้ง การพัฒนาโครงสร้างและภูมิสถาปัตย์ การสนับสนุนวัสดุ ครุภัณฑ์ ตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ การพัฒนาการบริหาร และ การพัฒนาระบบบริการ หรือ รพ.สต. 3 ดี ประกอบด้วย บรรยากาศดี บริหารจัดการดี และบริการดี

(ภาพประกอบ ขอบคุณ นายบุญทศ ประจำถิ่น จพ.สาธารณสุขชำนาญงาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงเจริญ และ นายอาณัติ ศรีเธาว์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทุ่งมน นายสุนทร วิริยะพันธ์ หัวหน้างานควบคุมโรคติดต่อ นางปราณี ศรีแสน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล กุดกุง )

ความเป็นมา

สืบเนื่องจากนโยบายรัฐบาล นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ข้อ 3.3.3 ปรับปรุงระบบบริการสุขภาพของภาครัฐทุกระดับให้ได้ มาตรฐาน โดยยกระดับสถานีอนามัย เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล และพัฒนาระบบเครือข่ายการส่งต่อในทุกระดับให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงแนวทางการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข ที่ควรให้ความสำคัญกับระบบบริการระดับปฐมภูมิ (Primary Care) ตรงกับหลักการ สร้างนำซ่อม โดยการให้บริการเชิงรุกเน้นการป้องกันโรค เป็นการดูแลสุขภาพโดยองค์รวม จัดการกับปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วม มุ่งจัดการที่ต้นเหตุของปัญหาสุขภาพ พื้นที่บริการระดับตำบลจึงเป็นด่านแรกและพื้นฐานที่สำคัญ โดยเฉพาะเป็นการให้บริการแก่คนยากจนและประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ

ขอบเขตการดำเนินงาน

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมีขอบเขตการดำเนินการบริการสาธารณสุขผสมผสาน ทั้งด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ รวมทั้งการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชนและสังคม ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยมีจุดเน้นดังนี้

1) ดำเนินการเชิงรุก โดยมุ่งเข้าหาประชาชนและชุมชนเพื่อการสร้างสุขภาพเป็นหลัก รวมทั้งมุ่งจัดการกับปัจจัยเสี่ยงที่เป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพ เช่น การดูแลทำกายภาพบำบัดที่บ้านผู้ป่วย เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ลดภาระของครอบครัว การเยี่ยมบ้านสำรวจผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดันโลหิตสูง) เพื่อการป้องกันโรคแทรกซ้อน การสำรวจหญิงมีครรภ์เพื่อให้มาฝากครรภ์ให้ครบก่อนคลอดเป็นการป้องกันทารกขาดธาตุเหล็กและสารไอโอดีน ร่วมกับ อบต.ดูแลพัฒนาการเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต. (มีเด็กเล็กประมาณ ๘ แสนคนทั่วประเทศ) ร่วมกับชุมชนรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก เป็นต้น

2) มีความเชื่อมโยงระบบบริการ โดยที่สามารถปรึกษาแพทย์ในโรงพยาบาลพี่เลี้ยง หรือ ส่งต่อผู้ป่วยได้ตลอดเวลา ทั้งนี้อาจมีบริการเตียงนอนเพื่อสังเกตอาการโดยไม่รับ ผู้ป่วยไว้นอนค้างคืน และหากมีกรณีฉุกเฉิน ก็สามารถประสานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในการออกไปรับผู้ป่วยและให้การปฐมพยาบาลก่อนส่งต่อ

3) ชุมชนมีส่วนร่วม โดยมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการดำเนินงาน ของประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองท้องถิ่นให้สามารถร่วมกันดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและชุมชน อย่างยั่งยืน

การบริหารจัดการ

สนับสนุนการปฏิรูประบบการบริหารจัดการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน/ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ราชการส่วนภูมิภาค องค์กรเอกชน โดยมีเป้าหมายร่วมให้เกิดระบบที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว มีความยั่งยืน มีความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ เป็นระบบที่ชุมชนสนับสนุน กำกับดูแล และรู้สึกเป็นเจ้าของ อีกทั้งเป็นการสอดรับกับนโยบายให้ค่าตอบแทนอาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) เดือนละ 600 บาท ต่อคน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยให้การดำเนินการตามภาระกิจของโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพตำบลประสบความสำเร็จ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบถ้วนหน้า และมุ่งหวังให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและมาตรฐานได้โดยง่าย แต่อย่างไรก็ดี ปัญหาด้านการพัฒนาคุณภาพบริการของสถานีอนามัยที่ไม่เพียงพอและทั่วถึง ได้สะท้อนภาพความไม่เชื่อมั่น และไม่ไว้วางใจในบริการของสถานีอนามัย และหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ส่งผลให้เกิดการกระจุกตัว และความแออัดในการให้บริการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป รวมทั้งโรงพยาบาลระดับตติยภูมิอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง

การสนับสนุนงบประมาณ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ทำการเสนอคำขอรับการสนับสนุนการลงทุนในนโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จากโครงการไทยเข้มแข็ง จำนวน 1,490 ล้านบาทและงบประมาณปกติ ประจำปี 2554 อีกจำนวน 6,000 ล้านบาท (ยังไม่รวมรถพยาบาล 829 คัน และรถกระบะอีก 63 คัน) ในการลงทุนเพื่อยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งงบประมาณเหล่านี้เป็นเพียงงบเบื้องต้นในการปรับปรุงโครงสร้าง และจัดระบบเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลแม่ข่าย แต่ยังไม่รวมถึงบุคลากรซึ่งจะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอีกเป็นเวลานาน

บทสรุป

ประเทศไทยได้พัฒนาระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี โดยมีสถานีอนามัย กระจายไปสู่ระดับตำบลทั่วประเทศและมีโรงพยาบาลชุมชนทุกอำเภอ ทั้งนี้ในระยะสิบปีที่ผ่านมา ความต้องการบริการสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามจำนวนและ โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งการมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทว่าสถานีอนามัยส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดในด้านศักยภาพ ซึ่งทำให้ไม่สามารถให้บริการเชิงรุกเพื่อ สร้างสุขภาพและบริการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ประชาชนจำนวนมาก ยังคงเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลในเขตเมือง ทำให้เกิดการกระจุกตัว และความแออัด ในการให้บริการรักษาพยาบาล และเป็นภาระอย่างมากต่อประชาชนทั้งค่าเดินทางและเวลาที่สูญเสียไปในการเดินทาง ทั้งที่ปัญหาสุขภาพเหล่านี้ส่วนส่วนใหญ่สามารถจัดการได้ในระดับสถานีอนามัย

ดังนั้น การดำเนินนโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงได้ในระยะยาว รวมไปถึง การตั้งเป้าหมายและ สร้างการมีส่วนร่วมที่ชัดเจน โดยใช้กลยุทธ์การสร้างศรัทธาและความไว้วางใจ (Faith and Trust ) ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงภูมิสถาปัตย์ให้สวยงาม น่าใช้บริการ การเพิ่มศักยภาพของทีมสุขภาพ ซึ่งได้แก่ แพทย์ (ถ้ามี) พยาบาล เจ้าพนักงานเภสัชกรรม ทันตาภิบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข การสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชน เมื่อมารับบริการแล้วได้รับยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะสม ไม่ขาดแคลน การเพิ่มศักยภาพการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เบาหวานและความดันโลหิตสูงมากขึ้น ทำให้ไม่ต้องส่งตัวมาโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลชุมชน อันจะก่อให้เกิดความแออัดและอาจนำไปสู่การได้รับการรักษาอย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น

ทั้งนี้ งบไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุข เคยเป็นข่าวดังตามหน้าหนังสือพิมพ์และจอโทรทัศน์ อยู่นานหลายเดือน จน ส่งผลให้ วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศลาออกจากตำแหน่ง

และ สมาพันธ์แพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ / โรงพยาบาลทั่วไป ได้ออกแถลงการณ์ ความว่า

สมาพันธ์แพทย์รพศ./รพท.

29 ธันวาคม 2552

เรื่อง งบไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ฯพณฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ฯพณฯวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
นพ. บรรลุ ศิริพาณิช
นพ.วิชัย โชควิวัฒน
สื่อมวลชนทุกแขนง
ตามที่ได้มีการตรวจสอบทุจริตงบไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขนั้น เป็นสิ่งที่ดีเพื่อให้มีการใช้งบประมาณของรัฐอย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ความพยายามชี้นำการเปลี่ยนแปลงงบประมาณไปสู่รพ.ชุมชนเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

สมาพันธ์แพทย์รพศ./รพท.ขออธิบายหลักการดังนี้ ตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมางบประมาณกระทรวงสาธารณสุขส่วนใหญ่นำไปใช้ในการพัฒนารพ.ชุมชน (รพ.อำเภอ) จนกระทั่งรพ.ชุมชนได้เกิดขึ้นทุกอำเภอ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ประชาชนจะได้รับการดูแลใกล้บ้าน รพ.ชุมชนได้ยกระดับจนสามารถให้บริการประชาชนได้ดี ในช่วงเวลาเดียวกัน รพศ./รพท. ได้รับงบประมาณน้อยมาก ส่วนใหญ่ต้องขอเงินบริจาคจากประชาชนหรือจากวัดมาสร้างตึกผู้ป่วย และซื้ออุปกรณ์การแพทย์ หาก รพศ./รพท. ใดไม่สามารถหาเงินบริจาคได้จะไม่มีการพัฒนา

นับแต่มีนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรคและมีการฟ้องร้องการรักษาพยาบาล รพ.ชุมชนทั่วประเทศ ได้ปรับลดขีดความสามารถของตัวเองจากที่เคยผ่าตัดไส้ติ่ง, ผ่าตัดทำคลอด หรือผ่าตัดอื่นๆ เป็นส่งต่อผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดมายัง รพศ./รพท. ทั้งหมดทำให้ผู้ป่วยในรพศ./รพท. เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ในช่วงระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมาในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพิ่มขึ้น แพทย์ พยาบาล ที่ทนทำงานหนักในรพศ./รพท. ไม่ไหวได้ลาออกไปทำให้การขาดแคลนรุนแรงขึ้น รัฐบาลปัจจุบันนี้ คือ รัฐบาลแรกในรอบ 30 ปี ที่เข้าใจต้นเหตุของปัญหา ได้จัดสรรงบประมาณให้รพศ./รพท. จัดสร้างตึกและซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เพื่อรองรับกับความต้องการของประชาชนและรัฐบาลยังเห็นความจำเป็นของการรักษาใกล้บ้าน จึงตั้งเป้ายกระดับสถานีอนามัยขึ้นเป็นรพ.ตำบล ดังนั้น นโยบายจึงครอบคลุมทั้งการพัฒนาทางการแพทย์ขั้นสูง และการแพทย์พื้นฐานที่รพ.ตำบล

ทางสมาพันธ์ขอยืนยันว่านโยบายไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรดำเนินการต่อไป คณะกรรมการตรวจสอบทุจริตควรทำหน้าที่ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปอย่างถูกต้องเกิดประสิทธิภาพและรวดเร็ว ส่วนความเห็นว่างบประมาณควรไปที่ใดไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมการเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภาและสื่อมวลชน

สมาพันธ์ขอแสดงความชื่นชมในการแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกของ ฯพณฯวิทยา แก้วภราดัย ขอแสดงความขอบคุณและเสียดาย รัฐมนตรี ที่มีความสามารถมีวิสัยทัศน์และมีความรับผิดชอบ แทนประชาชน

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

สมาพันธ์แพทย์รพศ./รพท.

Source by http://www.thaihospital.org/board/index.php?topic=21.0

9/23/11

ประชุมผู้บริหารสาธารณสุข ที่ รพ.สต.กู่จาน





วันที่ 19 กันยายน 2554 ประชุมผู้บริหารสาธารณสุข ที่ รพ.สต.กู่จาน: ภาคเช้า วันนี้ ชื่นชม นายอุทิศ ฝูงดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล กู่จาน และ ทีมงาน อาทิ นางแจ่มจิต ไชยนา พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ นางพิไลลักษณ์ จักรวรรณพร พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ นางสาวพรทิวา ทองทา นักวิชาการสาธารณสุข นางสาวพัชรกมล ไศลบาท จพ.ทันตสาธารณสุข นายนขพล คนชม ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข นายนิพนธ์ เชื้อวงศ์ พนักงานเวชกรฉุกเฉิน นส.จิระนันท์ พนักงานเวชกรฉุกเฉิน พร้อมทีมงานทุกคน

ที่เตรียมความพร้อม ในการประชุม หัวหน้างานและผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง ณ หอประชุม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล( รพ.สต.)กู่จานในวันนี้ โดยส่วนตัว ผมประทับใจ การจัดอาคารสถานที่ การดูแลความสะอาด ทั้งภายนอ ภายใน อาคาร ของ รพ.สต.กู่จาน ที่จัดได้ดีอย่างลงตัว จนสามารถ เป็นตัวอย่าง และ เป็นสถานที่ศึกษาดูงาน จาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล( รพ.สต.)แห่งอื่นๆ ทั้งในและต่างจังหวัด

วาระที่สำคัญคือ การเตรียมความพร้อมการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงาน ของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล( รพ.สต.)ประจำปี 2554 และ การพิจารณาความดีความชอบ ประกอบการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน รอบวันที่ 1 ตุลาคม 2554

ลูกๆ บ้านแสนสุข จันทร์สว่าง มีกี่คน


วันที่ 18 กันยายน 2554 ลูกๆ บ้านแสนสุข จันทร์สว่าง มีกี่คน : ณ วันนี้ หลังจากที่ พวกเราไปฝึกวินัย และประสบการณ์วิชาชีพ การเอาตัวรอด ของ ลูกๆ ที่ไร่ และรับประทานอาหารเที่ยง ข้าวป่า ที่ไร่ กลับมาแล้ว

สรุปจำนวน ลูกๆ บ้านแสนสุข จันทร์สว่าง วันนี้ มี ทั้งหมด 18 คน ตามรายชื่อดังนี้

1. ดช. จตุรพร แสงตา พี่ตั้ง ม. 2

2. ด.ช.ตฤณ วิเวกวิทย์ พี่ก๊อต บุตร แม่กา ชั้น ม. 1

3. ด.ญ. ปณัฐธิดา ศรีไสย์ น้องนิว บุตร พ่อชุน ชั้น ป.5

4. ด.ญ.ชนิตา ศรีไสย์ พี่นาว บุตร พ่อชุน ชั้น ป.5ชั้น ป. 6

5. ด.ช.โสภณัฐ มังกร น้องบอล บุตร แม่ติ๋ม ชั้น ป. 4

6. ด.ช.สุทธิพร แดงบุญเรือง น้องอิ่ม บุตร แม่หม่อมชั้น ป. 1

7. ด.ช.นนทวัฒน์ วิชาจารย์ พี่ปลื้มบุตร แม่เย็น ชั้น ป. 6

8. ด.ช.นิรันดร์ กอแก้ว น้องต้นเลห์ บุตร แม่ส้ม พ่อจารย์วัน ชั้น ป. 2

9. ดช.กายสิทธิ์ สันดร น้องเลย์ ป. 5 ลูกแม่แต๋น ยายน้อง พ่อสมัย ทำทอง

10. ด.ช.ธนากร สุตะคาน น้องต๊อบ บุตร ตุ๊ สุติมา สุตะคาน ชั้น ป. 6

11. ดช. ธนดล ระหุ่ง น้องบอล ป. 3บ้านแหล่งหนู

12. ด.ช. ธนวัฒน์ รวมธรรม พี่ทีม ชั้น ป.6 บุตรพ่อพุทธา รวมธรรม

13. ด.ญ. อุไรวรรณ ทำทอง พี่พู่ ม. 3

14. ด.ช. อุดมศักดิ์ แสงตา พี่หอย ม.1

15. ด.ช. ประพรรณ ขุมรัตน์ (ฟิวส์โก้) ป.5

16. ด.ช. วัชระ พบบุนนาค พี่เม่น ม.2

17. ด.ญ. สุทธิดา แดงบุญเรือง ป.2 น้อง อั้ม

18. ด.ช.ธนาคาร รวมธรรม น้องเมา บุตร แม่เหมด น้อง พี่เหมย ชั้น ป. 6

9/22/11

ยโสธร คนแก๊งค์นี้ไม่มีพุง

















วันที่ 17 กันยายน 2554 ยโสธร คนแก๊งค์นี้ไม่มีพุง : ทำอย่างไรจึงหุ่นดี ทำอย่างไรจึงแข็งแรง ทำอย่างไรจึงอายุยืนยาว ทำอย่างไรจึงไม่เจ็บป่วย ทำอย่างไรจึงไม่เป็นหวัดบ่อยๆ ทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องกินยา ทำอย่างไรจึงจะหยุดยาเบาหวานได้ ทำอย่างไรจึงจะหยุดยาความดันได้ ทำอย่างไรจึงจะมีอายุเกิน 100 ปี เป็นคำถามที่ พวกรา เคยได้ยินเป็นประจำ ณ วันนี้ บุคคลตามรายชื่อด้านล่างนี้ มีคำตอบแล้ว ที่นี่มีคำตอบ

จากการที่พวกเรามีโอกาส ได้รับประสบการณ์ที่วิเศษของชีวิต เข้าร่วม รับฟัง อาจารย์สง่า ดามาพงศ์ อุปนายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ในเวที ค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 3 ส คนแก๊งค์นี้ไม่มีพุง ไม่มีพุง หรือ โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ กลุ่มเสี่ยงต่อโรค METABOLIC ณ โรงแรมกิจตรงวิลล์ อุบลราชธานี อำนวยการกจัดงานด้วยดี โดย นางประชุมพร กวีกรณ์ หัวหน้ากลุ่มงาน ควบคุมโรคไม่ติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร และคณะ

ผู้เข้าร่วมประชุม นั้น นายสมเพชร สร้อยสระคู นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว นำหัวหน้าส่วน ผู้บริหารโรงเรียน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน นักจัดรายการวิทยุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง และ คณะผู้บริหารจาก สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร เข้าร่วมรับการอบรม กว่า 90 คน

อ.สง่า ดามาพงศ์ เผยคาถาให้มีสุขภาพดี ง่ายๆ คือ กิน อยู่ อย่าง สง่า นั่นคือ กิน อย่าง สง่า อยู่ก็ให้สง่า ซึ่ง ประกอบด้วย หลักสำคัญ คือ หลัก 3 อ. ง่ายๆ นั่นคือ ฉลาดกิน ฉลาด ออกกำลังกาย และ ฉลาด ควบคุมอารมณ์

สรุปง่ายๆ ไม่อยากตาย! ต้องลดอ้วน จำง่ายๆ เลขสำคัญคือ 80:90

เพศชาย ต้องมีรอบเอวไม่เกิน 90 เซนติเมตร เพศหญิงต้องมีรอบเอวไม่เกิน 80 เซนติเมตร

ยโสธร คนแก๊งค์นี้ไม่มีพุง ผู้ที่สามารถทำตัวเป็นแบบอย่างและตอบคำถาม ที่ดีให้กับท่าน ประกอบด้วย

ผู้เข้ารับการอบรม จากอำเภอคำเขื่อนแก้ว กลุ่มที่ 1

1 นายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว

2 น.ส.พรทิพย์ จันทะพา พัฒนาการอำเภอคำเขื่อนแก้ว

3 นายขจรเกียรติ อุปยโสธร ผอ.รพ.สต ดงแคนใหญ่

4 นายสินอุดม ศิลารักษ์ นายก อบต.ดงแคนใหญ่

5 นายประสิทธิ์ รวมธรรม กำนันต.ดงแคนใหญ่

6 นางอภิญญา บุญถูก นวก.สาธารณสุขชำนาญการ

7 นางโสภิดา พลไชย ผอ.รพ.สต.นาคำ

8 นายสุภาษิต วารีสระ กำนันต.นาคำ

9 นายสีทน ติ่งทอง รองนายกอบต.นาคำ

10 นางปนัดดา ดวงงาม ปลัดอบต.นาคำ

11 นายบุญทัน จารึกธรรม ผู้ใหญ่บ้าน

12 นายประยูร ชนะภูมิ นักจัดกรายการวิทยุ หนุ่มบ้านดอน

13 นายสุบรรณ์ เศษสุวรรณ์ ผอ.สถานศึกษา

14 นายนิยม สร้อยหล้า กำนันตำบลกุดกุง

15 นายวิชัย ไกรราช นายกอบต.กุดกุง

16 นายสมนึก ยอดคำ ประธานสภาอบต.กุดกุง

17 นายอารันด์ ศรีวิเศษ นวก.ศึกษา

18 นายสมัคร พุ่มทอง ผอ.รพ.สต.กุดกุง

19 นายอาคม สีดาจิตร นายกอบต.ทุ่งมน

20 นางรัชนีกร แสนจันทร์ จนท.วิเคราะห์นโยบายและแผน

21 นายไพรัตน์ สิริยม อำเภอคำเขื่อนแก้ว

22 นายกัณหา สีสืบหา อำเภอคำเขื่อนแก้ว

23 นายชินกร ประกอบแสง กำนันตำบลโพนทัน

24 นางณัฐชนก โคตรภักดี นายกอบต.โพนทัน

25 นายอรุณ ฉายแสง ผอ.รพ.สต.โพนทัน

ผู้เข้ารับการอบรม จากอำเภอคำเขื่อนแก้ว กลุ่มที่ 2

26 นายคำตัน พุ้ยน้อย นักจัดกรายการวิทยุ บ่าวคำตัน

27 นายสุรชัย โสภาพรม ผอ.รร.กู่จานวิทยาคม

28 นางพรฤดี ส่องศรี รร.กู่จานวิทยาคม

29 นายรพีภัทร มั่นจิต รร.กู่จานวิทยาคม

30 นายอุทิศ ฝูงดี ผอ.รพ.สต.กู่จาน

31 นายชุมพล พอกพูน กำนันตำบลกู่จาน

32 นายบุญกว้าง มาลัย ผู้ช่วยผู้ใหย่บ้าน

33 นางสุพรรณี สุวงค์ทอง สอ.บต.กู่จาน

34 นางสุภาวดี ขอสุข ผอ.รพ.สต.บกน้อย

35 นายอัศนีศักดิ์ ศิริชัย ผอ.รร.สมเด็จพระญาณสังวร

36 นายเจริญพร รวมธรรม นักจัดกรายการวิทยุ ผู้ใหญ่เมาะ ดงแคนใหญ่

37 นายภาณุพงศ์ มุ่งงาม นายก อบต.นาแก

38 นายสัตรัตน์ บัวแก้ว นักพัฒนาชุมชน อบต.นาแก

39 นายคมสัน อดกลั้น ผอ.รพ.สต.นาแก

40 นางเดือน ตั้งจิต ผอ. รพ.สต.นาหลู่

41 นายณรงค์ วงศ์ศิริ กำนันตำบลนาแก

42 นางสมบูรณ์ ธรรมอุด สารวัตรกำนัน

43 นายสุดใจ จวนสาง กำนัน ตำบลแคนน้อย

44 นายจุมพล มุธุสิทธิ์ ประธานชุมชนแคนน้อย

45 นายเวียงจันทร์ แสนสิม ผู้ใหญ่บ้านแคนน้อย หมู่ 1

46 นายพิชัย ยวนใจ ผู้ใหญ่บ้านแคนน้อย หมู่ 1

47 นายสมาน มาลัย นายกอบต.คนน้อย

48 นายคำไพมณี ผิวผ่อง รองนายกอบต.แคนน้อย

49 นางมนัชยา กองทำ ผอ.รพ.สต.แคนน้อย

50 นายพันธุ์ทอง จันทร์สว่าง ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว

ผู้เข้ารับการอบรม จากอำเภอคำเขื่อนแก้ว กลุ่มที่ 3

50 นางนัยนา ดวงศรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

51 นางปฏิมา เจริญทรัพย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

52 นางสถาพร พันพิพัฒน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

53 นางอุบล พิสัยพันธ์ จพ.สาธารณสุขชำนาญงาน

54 นางอริยวรรณ จันทร์สว่าง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หมอน้อย อริยวรรณ

55 น.ส.สุคนธ์ทิพย์ ศรีวิเศษ นวก.สาธารณสุข

56 นายอุดร สมจิตร นายกอบต.ย่อ

57 นายฐิตินัย เสนาสุ นวก.เกษตร

58 นายวิศรุต ป้องโล่ห์ ตำบลย่อ

59 น.ส.ทัศนีย์ เส้นเศษ รร.ราชประชานุเคราะห์ 28

60 น.ส.จิราภรณ์ ขอสุข พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

61 นายสมพงษ์ ศรีลา นายกอบต.สงเปือย

62 นายสุบรรณ์ สายสวาท กำนันตำบลสงเปือย

63 นางป้อมเพชร สืบสอน ผอ.รพ.สต.สงเปือย

64 นางวิสารัศมิ์ แสงสว่าง นักจัดรายการวิทยุ สาวบ้านนา

65 นาย พ้น ปัญญาใส ผอ.รพ.สต.เหล่าไฮ

66 นายสุธีร์ จำปาแดง รองนายก อบต.เหล่าไฮ

67 นายจันทร์ที พนาสัน กำนันตำบลเหล่าไฮ

68 นางสุภาวดี เพชรอุบล รร.โพนทันเจริญวิทย์

69 น.ส.ยุภาพร สิทธิมาตย์ รร.โพนทันเจริญวิทย์

70 นายถวิล เศษบุบผา เกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้ว

71 นายบัณดิษฐ สร้อยจักร ผอ.รพ.สต.โพนสิม

72 นายบุญจันทร์ สืบวงศ์ นายกอบต.ดงเจริญ

73 นายคำนึง แก้วศิริ กำนันต.ดงเจริญ

74 นายสาคร ขอสุข ผอ.รพ.สต.ดงเจริญ

75 นายอาณัติ ศรีเธาว์ ผอ.รพ.สต.ดงเจริญ

ผู้เข้ารับการอบรม จาก ส่วนราชการอื่นๆ กลุ่มที่ 4

จากศาลเยาวชนและครอบครัว

76 นายปราบ เสฏฐรุ้งสี เจ้าพนักงานศาล ศาลเยาวชนและครอบครัว

77 นางสายใจ บรรดาศักดิ์ เจ้าพนักงานศาล ศาลเยาวชนและครอบครัว

จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร

78 นางจุฑามาศ สมไชย นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

79 นายกุมโชค ปาลียะ นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

80 นายอพิมล ตานุชนม์ นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

81 นายธนยศ หนูจิตร นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

82 น.ส.อุไรวรรณ แซ่ริม นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

83 น.ส.กัญญา มาระสา นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

84 นายพงศ์นริศร์ สิทธิบุรี นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

85 นายเชี่ยวชาญ คำภู นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

86 นายสฤษดิ์ ขจรสมบัติ นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

87 นางณัฐนพิน ภูโสภา นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

88 นายนณฑภัช อาจนาฝาย นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

89 น.ส.สุจรรย์จิรา มหาชนะวงศ์ นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

90 นายวสันต์ ปกป้อง นายสัตวแพทย์ ชำนาญการ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร

91 นางจุฑารัตน์ แก้วคูณ นวก.สาธารณสุขชำนาญการ

92 นางเพ็ญแข สอาดยิ่ง นวก.สาธารณสุขชำนาญการ

93 นายอดุลย์รัตน์ สอาดยิ่ง หัวหน้าแผนก ธนาคารทหารไทย

94 นางณัฐทณาย์ จรรยา นวก.สาธารณสุขชำนาญการ

95 นายประยงค์ ศรีภักดี จนท.ประชาสัมพันธ์

ทุกอย่างเป็นไปได้ขอให้มุ่งมั่นและไม่ท้อเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของพวกเราทุกคน

เป้าหมายของ แก๊งค์นี้ ไม่มีพุง คือ นายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอคำเขื่อนแก้ว และผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านตามรายชื่อ ข้างบนนี้ จะ ไปปรากฏตัว ในพิธีปิดการอบรม รุ่นที่ 5 รุ่นสุดท้ายของจังหวัด ยโสธร ด้วย หุ่น ที่ SMART กันทุกคน ขอเป็นกำลังใจให้ครับ คุณหมอ หมู และ คุณหมอ คมสัน